ประหยัดน้ำมันเตากว่า 1,000 ลิตร/เดือน
ด้วย Heat Pump อุ่นน้ำป้อน Boiler
กรณีศึกษาการติดตั้ง Heat Pump ขนาด 55 kW เพื่ออุ่นน้ำป้อนจาก 30°C เป็น 60°C ก่อนเข้า Boiler ขนาด 1.5 ตัน ช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงและคืนทุนภายใน 3 ปี
1,009
ลิตร/เดือน
น้ำมันเตาที่ลดได้
15,500
บาท/เดือน
ประหยัดสุทธิ
1สภาพเดิมของระบบ
โรงงานแห่งนี้ใช้ Boiler ขนาด 1.5 ตัน ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง มีถังพักน้ำป้อน (Feed Water Tank) เป็นถังสแตนเลสขนาด 5,000 ลิตร วางอยู่บนโครงเหล็ก โดยน้ำดิบจะถูกป้อนเข้า Boiler โดยตรงที่อุณหภูมิปกติประมาณ 30°C โดยไม่มีระบบอุ่นน้ำล่วงหน้า และไม่มีระบบนำ Condensate กลับมาใช้
ก่อนติดตั้ง: ถังน้ำป้อนสแตนเลส 5,000 ลิตร ไม่มีฉนวนกันความร้อน ไม่มี Heat Pump
ปัญหาหลักคือ Boiler ต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการต้มน้ำจากอุณหภูมิต่ำ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเตาเกินความจำเป็น
2แนวทางแก้ไข
เราเสนอติดตั้ง Heat Pump ขนาด Heating Capacity 55 kW (COP 3.2) โดยระบบจะดึงน้ำจากถังผ่านท่อไปทำความร้อนที่ Heat Pump แล้วส่งน้ำร้อนกลับเข้าถัง หมุนเวียนอย่างต่อเนื่องจนอุณหภูมิถึง 60°C พร้อมหุ้มฉนวนถังและแจ็กเก็ตอลูมิเนียมทับ เพื่อลดการสูญเสียความร้อน
Layout: แบบแปลนการติดตั้ง Heat Pump 55 kW กับถังน้ำป้อนเดิม แสดงระบบท่อน้ำร้อนหมุนเวียน
3ผลงานการติดตั้ง
Before: ถังเปลือย ไม่มีฉนวน
After: ติดตั้ง Heat Pump พร้อมท่อน้ำร้อน
ถังหุ้มฉนวน พร้อมแจ็กเก็ตอลูมิเนียม
ระบบเสร็จสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน
4การคำนวณผลประหยัด
พลังงานความร้อนที่ Heat Pump ให้ต่อรอบ
Q = 5,000 kg × 4.186 kJ/kg°C × 30°C = 174.4 kWh
เวลาทำงาน / ไฟฟ้าที่ใช้ต่อรอบ
เวลา = 174.4 ÷ 55 = 3.17 ชม. | ไฟฟ้า = 55 ÷ 3.2 × 3.17 = 54.5 kWh
น้ำมันเตาที่ประหยัดต่อรอบ
174.4 ÷ (11.11 × 0.85) = 18.47 kg ≈ 19.4 ลิตร
เมื่อคิดที่อัตราการใช้งาน 2 รอบ/วัน, 26 วัน/เดือน ได้ผลสรุปดังนี้:
| รายการ |
ต่อวัน |
ต่อเดือน |
| น้ำมันเตาที่ลดได้ |
38.8 ลิตร |
1,009 ลิตร |
| ค่าน้ำมันเตาที่ประหยัด |
1,086 บาท |
28,252 บาท |
| ค่าไฟฟ้า Heat Pump |
490 บาท |
12,753 บาท |
| ประหยัดสุทธิ |
596 บาท |
15,499 บาท |
5ระยะคืนทุน
ด้วยเงินลงทุนรวม 600,000 บาท (ค่า Heat Pump + ติดตั้ง + หุ้มฉนวนถัง) ระบบสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาที่เหมาะสม:
Simple Payback Period
0 ปี
5 ปี
10 ปี
~1.26 ล้านบาท
ผลประหยัดสุทธิสะสม (หักเงินลงทุนแล้ว) — เทียบเท่าน้ำมันเตากว่า 120,000 ลิตร ที่ลดการเผาไหม้
6ทำไมจึงคุ้มค่า?
COP 3.2 หมายความว่าใช้ไฟฟ้า 1 หน่วย แต่ได้ความร้อน 3.2 หน่วย ทำให้ต้นทุนพลังงานต่ำกว่าการใช้น้ำมันเตาเผาโดยตรงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การหุ้มฉนวนถังยังช่วยรักษาอุณหภูมิน้ำให้คงที่ ลดการสูญเสียความร้อนในช่วงที่ Heat Pump ไม่ได้ทำงาน
โครงการนี้เหมาะอย่างยิ่งกับโรงงานที่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง และยังไม่มีระบบนำ Condensate กลับมาใช้ ซึ่งจะได้ผลประหยัดเต็มที่ตามตัวเลขที่คำนวณไว้
ค้นหาโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
7คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที ต่อรอบ ในการอุ่นน้ำจาก 30°C เป็น 60°C โดย Heat Pump จะทำงานอัตโนมัติและหยุดเมื่อถึงอุณหภูมิที่ตั้งไว้
ยังคุ้มค่า แต่ผลประหยัดจะน้อยลง เพราะ Condensate ที่กลับมาจะทำให้น้ำในถังร้อนอยู่แล้ว (ประมาณ 50–70°C) ทำให้ ΔT น้อยลง อย่างไรก็ตาม Heat Pump จะทำงานน้อยลงด้วย จึงกินไฟน้อยลงตามสัดส่วน กำไรต่อหน่วยพลังงานยังคงเท่าเดิม เพียงแต่จำนวนหน่วยที่ประหยัดได้ลดลง ควรวัดอุณหภูมิน้ำในถังจริงก่อนตัดสินใจ
มีหลายสาเหตุ เช่น Condensate ปนเปื้อนจากกระบวนการผลิต (โดยเฉพาะโรงงานอาหาร ย้อมผ้า), จุดใช้ไอน้ำกระจายตัวไกลจนค่าเดินท่อไม่คุ้ม, ไม่มี Steam Trap หรือ Steam Trap เสีย, หรือขาดความตระหนักว่าสูญเสียพลังงานเท่าไหร่ — สำหรับโรงงานเหล่านี้ Heat Pump จะยิ่งคุ้มค่ามากเพราะได้ผลประหยัดเต็มที่
ช่วยได้มาก ถังสแตนเลสที่ไม่มีฉนวนจะสูญเสียความร้อนอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำเย็นตัวลงในช่วงที่ Heat Pump ไม่ทำงาน การหุ้มฉนวนพร้อมแจ็กเก็ตอลูมิเนียมทับช่วยรักษาอุณหภูมิน้ำให้คงที่ได้นานขึ้น ลดจำนวนรอบการทำงานของ Heat Pump และประหยัดไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกด้วย
COP (Coefficient of Performance) คืออัตราส่วนความร้อนที่ได้ต่อไฟฟ้าที่ใช้ COP 3.2 หมายความว่า ใช้ไฟฟ้า 1 kWh แต่ได้ความร้อน 3.2 kWh เพราะ Heat Pump ไม่ได้ "สร้าง" ความร้อนขึ้นมาเอง แต่ดึงความร้อนจากอากาศภายนอกมาเพิ่มให้กับน้ำ ทำให้ประสิทธิภาพสูงกว่าฮีตเตอร์ไฟฟ้าธรรมดาหลายเท่า
สนใจติดตั้ง Heat Pump สำหรับระบบ Boiler?
ทีมวิศวกรของเราพร้อมสำรวจหน้างาน วิเคราะห์ผลประหยัด และออกแบบระบบที่เหมาะกับโรงงานของคุณ
ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรี