Heat Pump ประหยัดไฟได้จริงไหม พร้อมวิธีคำนวณความคุ้มค่าก่อนลงทุน

ระบบ Heat Pump อุตสาหกรรมช่วยลดค่าไฟและประหยัดพลังงาน

ปั๊มทำความร้อน (Heat Pump) สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้จริงถึง 60–80% เมื่อเทียบกับฮีตเตอร์ไฟฟ้าแบบดั้งเดิม (Electric Heater) เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ไม่ได้สร้างความร้อนจากความต้านทานไฟฟ้าโดยตรง แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์เพื่อดึงพลังงานความร้อนฟรีจากอากาศรอบข้าง (Ambient Air) มาถ่ายเทให้กับน้ำ ทำให้ได้ประสิทธิภาพพลังงานสูง สามารถคืนทุนจากการใช้งานจริงได้ภายใน 1–3 ปี


กลไกด้านพลังงานที่ทำให้ปั๊มทำความร้อนประหยัดไฟมากกว่าฮีตเตอร์ทั่วไป

ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานของเครื่องปั๊มความร้อนพิจารณาจากค่า Coefficient of Performance (COP) ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างพลังงานความร้อนที่ผลิตได้ต่อพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไป โดยฮีตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปจะมีค่า COP อยู่ที่ประมาณ 1.0 (จ่ายไฟ 1 kW ได้ความร้อน 1 kW) ขณะที่ปั๊มความร้อนอุตสาหกรรมมีค่า COP เฉลี่ยสูงถึง 3.5–4.5 (จ่ายไฟ 1 kW แต่ผลิตความร้อนได้ถึง 3.5–4.5 kW)

ตัวอย่างการใช้งานจริง: โรงแรมขนาด 200 ห้องที่ต้องผลิตน้ำร้อนอุณหภูมิ 60°C ปริมาณ 10,000 ลิตรต่อวัน หากใช้อิเล็กทริกฮีตเตอร์จะมีค่าไฟฟ้ากระบวนการทำความร้อนสูงถึงเดือนละประมาณ 120,000 บาท แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้นวัตกรรมนี้ ค่าไฟฟ้าจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 30,000–35,000 บาทต่อเดือน ลดภาระค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สูตรและวิธีคำนวณระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ก่อนตัดสินใจติดตั้ง

การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นสามารถทำได้โดยการคำนวณเปรียบเทียบผลต่างของค่าพลังงานที่ลดลงต่อปี กับ งบประมาณติดตั้งฮีตปั๊ม ทั้งระบบ โดยมีสูตรคำนวณพื้นฐานดังนี้

สูตรการคำนวณ:

  1. พลังงานความร้อนที่ต้องใช้ (kW/day) = [ปริมาณน้ำ (ลิตร) × (อุณหภูมิที่ต้องการ - อุณหภูมิน้ำเข้า) × 4.186] ÷ 3,600
  2. ค่าไฟต่อวัน (บาท) = [พลังงานความร้อน (kW) ÷ ค่า COP] × อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย (บาท/kWh)
  3. ระยะเวลาคืนทุน (ปี) = เงินลงทุนเริ่มต้นทั้งหมด ÷ ผลประหยัดค่าไฟที่ได้ต่อปี

หากพิจารณาในกลุ่มโรงงานแปรรูปอาหารแห่งหนึ่งต้องใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 70°C วันละ 15,000 ลิตร เดิมใช้ระบบทำความร้อนไฟฟ้ามีต้นทุนปีละ 1.8 ล้านบาท เมื่อเปลี่ยนมาใช้เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานฮีตปั๊มที่มีค่า COP 4.0 ทำให้ต้นทุนพลังงานลดลงเหลือปีละ 450,000 บาท เกิดผลประหยัด 1.35 ล้านบาทต่อปี หากงบประมาณจัดซื้อและติดตั้งระบบอยู่ที่ 2.7 ล้านบาท ระยะเวลาคืนทุนจะอยู่ที่ 2 ปีพอดี

ประเภทระบบทำความร้อน ประสิทธิภาพ (COP / % Efficiency) ต้นทุนพลังงานโดยเปรียบเทียบ ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย
Electric Heater COP 1.0 (100%) สูงมาก - (ระบบดั้งเดิม)
LPG / Boiler 80 - 85% Efficiency ปานกลาง-สูง (ผันผวนตามราคาน้ำมัน/ก๊าซ) 3 - 5 ปี
Heat Pump COP 3.5 - 4.5 (350 - 450%) ต่ำสุด 1 - 3 ปี


ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานในสภาวะการทำงานจริง

แม้เครื่องจะมีค่า COP สเปกสูง แต่ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยหน้างานหลายด้าน ได้แก่ อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศแวดล้อม (Ambient Temperature) อุณหภูมิน้ำเข้าและน้ำออกที่ตั้งค่าไว้ รวมถึงการออกแบบระบบท่อและฉนวนกันความร้อน หากเลือกขนาดเครื่อง (Sizing) ไม่พอดีกับภาระความร้อนจริง (Heating Load) หรือเลือก เปรียบเทียบฮีตเตอร์กับหม้อต้มน้ำร้อน ที่ไม่ตรงตามลักษณะการใช้งาน ก็อาจทำให้เครื่องทำงานหนักเกินไปจนลดทอนประสิทธิภาพการประหยัดไฟได้

ตัวอย่างการใช้งานจริง: โรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีอุณหภูมิอากาศต่ำในฤดูหนาว การเลือกใช้ฮีตปั๊มชนิดที่รองรับสภาวะอากาศเย็นโดยเฉพาะ และการออกแบบถังพักน้ำร้อน (Storage Tank) ขนาดเหมาะสม จะช่วยรักษาค่า COP ให้อยู่ในระดับสูงได้ตลอดทั้งปีโดยไม่สูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการประหยัดพลังงานของปั๊มทำความร้อน (FAQ)

Q: หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง จะทำให้ค่าไฟสูงขึ้นจนไม่คุ้มค่าหรือไม่?

A: การเปิดใช้งานต่อเนื่องในระบบที่มีถังพักน้ำร้อนขนาดเหมาะสม จะช่วยให้เครื่องทำงานในสภาวะ Stable State ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และลดการกระชากไฟจากการ Start-Stop ของคอมเพรสเซอร์ ทำให้ประหยัดพลังงานกว่าการเปิด-ปิดบ่อยครั้ง

Q: ปั๊มทำความร้อนประหยัดกว่าหม้อต้มไอน้ำ (Steam Boiler) หรือไม่?

A: สำหรับกระบวนการที่ต้องการอุณหภูมิไม่เกิน 80°C ปั๊มทำความร้อนประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่าการใช้ก๊าซ LPG หรือน้ำมันเตาใน Boiler อย่างชัดเจน และไม่มีความเสี่ยงเรื่องการเผาไหม้

Q: ค่าบำรุงรักษาระยะยาวจะกระทบกับความคุ้มค่าในการประหยัดไฟหรือไม่?

A: เครื่องทำน้ำร้อนฮีตปั๊มมีชิ้นส่วนเคลื่อนที่น้อย ไม่มีหัวเผาหรือสารตกค้างจากการเผาไหม้ ค่าบำรุงรักษาประจำปีจึงต่ำมาก เฉลี่ยเพียง 1–2% ของมูลค่าเครื่อง ซึ่งไม่กระทบต่อผลประหยัดพลังงานโดยรวม


สรุปการเลือกใช้นวัตกรรมความร้อนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

การลงทุนในเทคโนโลยีปั๊มทำความร้อนเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิต และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 50001 สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานในอาคารหรือโรงงาน บริษัท แอดวานซ์เทอร์โมโซลูชั่น จำกัด พร้อมนำเสนอวิศวกรรมการออกแบบและติดตั้งระบบแลกเปลี่ยนความร้อนประสิทธิภาพสูงที่เหมาะกับโจทย์อุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เพื่อผลลัพธ์การประหยัดพลังงานที่วัดผลได้จริง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Consult 1Consult 2Consult 3Consult 4 

Visitors: 201,957